อนุสาวรีย์เราสู้
  ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2522 อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของทหาร ตำรวจ
  และชาวบ้านโนนดินแดง ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับฝ่ายผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์   (ชาวบ้านเรียกทหารป่า) ปี
  พ.ศ. 2518 กลุ่มผู้ก่อการร้ายขัดขวางการสร้างถนนเส้นทางสาย
  อำเภอละหานทรายไปถึงอำเภอตาพระยา ทหาร ตำรวจ และชาวบ้านโนนดินแดงได้ร่วมกันต่อสู้
  จนสามารถสร้างทางยุทธศาสตร์สายสำคัญได้สำเร็จ ได้รับพระราชทานนาม "เราสู้" เป็นชื่ออนุสาวรีย์   บริเวณฐานอนุสาวรีย์จะจารึกชื่อของผู้สละชีวิตในการต่อสู้ครั้งนั้นไว้
  ในช่วงเดือนสิงหาคม ของทุกปีชาวโนนดินแดงจะทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรชนคนสู้และจัดงานฉลองอนุสาวรีเราสู้



            เขื่อนลำนางรอง
  เขื่อนลำนางรอง ก่อสร้างเพื่อปิดกั้นลำนางรองที่บ้านโนนดินแดง เป็นเขื่อนดินสูง 23 เมตร
  สันเขื่อนยาว 1,500 เมตร เก็บน้ำได้ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มสร้าง พ.ศ. 2523 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2525   ใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูกในฤดูฝน 113,110 ไร่ ในฤดูแล้ง 10,000 ไร่ และเพื่อการอุปโภคบริโภค   ในเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำและพักผ่อนเป็นจำนวนมาก

  
  







ปราสาทหนองหงส์
   ปราสาทหนองหงส์  อำเภอโนนดินแดง  จังหวัดบุรีรัมย์
เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับจำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึดท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก 2 องค์ที่เหลือ คือ องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มีลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก 1 หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยู (U) ล้อมรอบอีกทีหนึ่ง การกำหนดอายุ สมัยของปราสาทนั้น กำหนดจากลักษณะการก่อสร้าง และศิลปกรรมที่พบซึ่งตรงกับ ศิลปะเขมรแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16